มีดสมัยก่อน สแลชแบบพกพาบางประเภทสามารถถือได้ด้วยมือเดียวโดยมีปลายแหลมสำหรับการแทง เป็นอาวุธชิ้นแรกของมนุษยชาติ จึงควรได้รับการยกย่องว่าเป็นศาสตร์และศิลป์แห่งการสร้างสรรค์ เหล็กเป็นมีดมรดกที่ต้องอนุรักษ์ไว้

การทำมีดเมื่อหลายร้อยหลายพันปีก่อนเมื่อกองไฟเท่านั้นที่เป็นแหล่งพลังงานและสองมือที่หยาบกร้านเป็นแรงงานในการผลิต อย่างไรก็ตาม บรรพบุรุษของเราสามารถเกลี่ย ตัด งอ ลับคม จนมีมีดคมๆ ไว้ใช้เลี้ยงชีพและความมั่นคงของบ้านเมืองจนตกรุ่นสู่รุ่นเรา

ผมเชื่อว่าการทำมีดแบบโบราณคงไม่มีที่ไหนอีกแล้วนอกจากหล่มสัก ซึ่งเทศบาลจัดขึ้นบนสะพานเก่า ถนนรณกิจ ซึ่งเป็นถนนคนเดินยามเย็นวันเสาร์ เป็นสถานที่จัดแสดงการตีมีดแบบดั้งเดิมในปัจจุบัน

มีดของหล่มสักมีประวัติที่สืบทอดมาจากรุ่นสู่รุ่น เมื่อหลายร้อยปีก่อน ช่างฝีมือรุ่นแรกคือผู้ที่ถูกดึงมาจากลาวในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ซึ่งยังคงต่อสู้ในศึกครั้งสำคัญเพื่อโค่นแหล่งผลิตอาวุธสงคราม ในขณะที่ช่างฝีมือเหล่านี้ใช้ความสามารถของตนเองในการผลิต ของมีคม เครื่องมือการเกษตร สำหรับ

เพื่อแลกกับอาหารที่เรียกว่าการตีมีด อาจมาจากการใช้แรงงานที่ใช้ค้อน ทุบไปบนแหนบของรถที่มีความหนาสิบมิลลิเมตรให้บางเฉียบจนแหลม ก่อนจะทุบต้องนำไปเผาในเตาถ่านที่มีความร้อนสูง แม้ในปัจจุบันนี้จะมีเตาเผาที่เร่งอุณหภูมิได้สูง แต่ก็ยังมีเทคโนโลยีให้เลือก แต่เตาเดิมมีเพียง Charcoal ในการเร่งไฟต้องใช้ลมที่สูบด้วยกำลังคน

บีบจุกไม้ที่พอดีกับท่อเป็นช่องระบายอากาศ ต่อท่อเข้ากับเตาเพื่อให้ไฟลุกโชนอยู่ตลอดเวลา เหล็กที่ไหม้แล้วจะเปลี่ยนเป็นสีแดงแล้ววางบนแท่น และช่วยกันกระจายออกไป

มีดสมัยก่อน

A knife is a cutting tool. Some types of portable slashes can be held in one hand with a sharp tip for thrusting. It is the first weapon of mankind, so it should be regarded as the science and art of creativity. Steel is an heirloom knife that must be preserved.

Making knives in the hundreds and thousands of years ago when only a bonfire was the source of energy and two rough hands were the labor of production. Nonetheless, our ancestors were able to spread, cut, bend, and sharpen until they had a sharp knife to use to help make a living and security of the country until it fell to our generation.

I believe that the ancient way of making knives is probably nowhere other than Lom Sak. which the municipality held on the old bridge Ronnakit Road, a Saturday evening walking street, is a place where traditional knife forging is displayed for the present.

Lom Sak’s knives have a history that has been passed down from generation to generation. Hundreds of years ago, the first generation of craftsmen were those who were forcibly drawn from Laos in the early Rattanakosin era, who still fought a significant

In exchange for food that was called forging a knife, probably from the use of hammer-wielding labor. Smashed onto the car’s tweezers that are ten millimeters thick to thin them until they are sharp, before hitting them, they must be burned in a high-heat charcoal furnace.

Compress a wooden cork that fits the pipe as a vent. Connect the pipe to the stove to keep the fire burning all the time for a while, the burnt iron turns red and put it on the pedestal. and help each other to spread out

ขอขอบคุณข้อมูลได้จากที่นี่ Google / Youtube

ติดตามข่าวสารได้ pharmacyincanaa